<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นไม่ได้นั่งหัวหน้าพรรคเกียน&#039;ลายจุด&#039;บุกทวง&#039;บิ๊กตู่&#039;เลิกอายัดบัญชีธนาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5ต.ค.61- เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนราชดำเนิน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเกียน หรือ บก.ลายจุด เดินทางมาเพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกการอายัดบัญชีธนาคาร ที่คสช. ได้อายัดไปกว่า 4 ปี เนื่องจากไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ทั้งที่ไม่ได้ระบุห้ามไว้ในกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบัติ กล่าวว่า ตนไม่ได้ทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน รัฐบาลไม่มีสิทธิ์มาอายัดเงินในบัญชี และ คสช.ไม่ได้ระบุว่าการไม่ไปรายงานตัวถือเป็นความผิด และจะต้องถูกอายัดบัญชี จึงไม่ไปรายงานตัวแต่ไม่คิดว่าจะทำให้เกิดความวุ่นวายขนาดนี้ เมื่อเกิดปัญหาแล้วได้ไปชี้แจงต่อสู้ข้อกล่าวหาที่ไม่ไปรายงานตัวถึงสามศาลแล้ว ซึ่งฎีกาได้ตัดสินปรับเงิน จำนวน 3,000 บาท ซึ่งชำระไปเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นถึงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบต่อคำสั่งที่ออกไป เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับรัฐบาลต่อไปที่จะต้องออกกฏหมายเพื่อยกเลิกการอายัดบัญชี ที่สำคัญขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อตั้งพรรคเกียน หากไม่สามารถเปิดบัญชี ก็จะเป็นหัวหน้าพรรคไปตามกฏหมาย และไม่สามารถจัดตั้งพรรคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากนายกฯกรุณารับฟังความเดือดร้อนของผมและครอบครัว ควรดำเนินการปลดล็อก ผมไม่มีหนทางอื่น แล้วที่ผ่านมา 4ปี ไม่เคยเรียกร้องเลย หากครั้งนี้ไม่รับคำตอบจะนำเต็นท์มากางนอนที่ทำเนียบต่อไป&amp;rdquo;นานสมบัติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19159</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมบัติ บุญงามอนงค์, บก.ลายจุด, พรรคเกียน, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb6ee457e679.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ็บจี๊ด!&#039;พุทธิพงษ์&#039;สอนมวย&#039;ธนาธร&#039;คนรุ่นใหม่ต้องไม่ทำลายประเทศตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28ก.ย.61-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ท้าให้มาพูดเรื่องอนาคต ว่า ส่วนตัวให้กำลังใจนายธนาธร เพราะชอบการเมืองแบบใหม่ การเมืองของคนรุ่นใหม่เป็นสิ่งที่ดี แต่รู้สึกเสียดายและแปลกใจ เพราะคนรุ่นคงไม่เอาการเมืองในประเทศไปพูดให้เกิดความเสียหายในเวทีต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายธนาธรพูดอยู่ตลอดเวลาว่าหมดเวลาที่จะสร้างความขัดแย้ง เราต้องช่วยกันคิดแก้ไขปัญหาประเทศแบบคนรุ่นใหม่ แต่ไม่คิดว่าคนรุ่นใหม่อย่างนายธนาธรจะเอาประเทศ ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิด ไปด่าทอ หรือทำลายประเทศกับชาวต่างชาติ ประเทศไทยคือประเทศไทย และเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ก็รักประเทศไทย&amp;ldquo; นายพุทธิพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ตกเป็นข่าวว่าจะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ จะไปร่วมประชุมเตรียมการจัดตั้งพรรค ที่เมืองทองธานีในวันที่29 ก.ย.หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่สื่อมวลชนคงจะต้องติดตามว่าจะมีเซอร์ไพรส์หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18613</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นใหม่, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180928/image_big_5badaac3b4ab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;บี้กกต.เชิญ&#039;บิ๊กตู่-ไก่อู&#039;แจงข่าวขบวนการชวนทำบัตรเสียลั่นปูดข่าวเท็จต้องรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;21ก.ย.61-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธานกกต. &amp;nbsp;ผ่านนางสาวจินตนา ศรีนุกูล ผู้เชียวชาญพิเศษ รักษาการ ผอ. สำนักกิจการการเลือกตั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อขอให้ กกต.สืบสวนและไต่สวนกรณีที่พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ได้แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 18 กันยายนที่ผ่านมา &amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวว่ามีข่าวในลักษณะทำนองเชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้งในรูปแบบแปลกๆ เช่น ไปทำให้บัตรเสียโดยวิธีที่แนบเนียนให้มากที่สุดหรือแม้แต่การกาบัตรในสิ่งที่ไม่เลือกใครเลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย &amp;nbsp;เห็นว่าการเผยแพร่ข่าวดังกล่าว &amp;nbsp;เป็นการสร้างความสับสนให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีต่อกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย &amp;nbsp; หากปล่อยเลยตามเลยไปก็อาจจะเป็นช่องทางที่ทำให้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 49 ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อความกระจ่างและระงับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น กกต. &amp;nbsp;จะต้องเชิญพล.อ.ประยุทธ &amp;nbsp;และ พล.ต.สรรเสริญ มาชี้แจง &amp;nbsp; โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 วรรคสอง ประกอบมาตรา 41 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต. &amp;nbsp;ที่บัญญัติให้ กกต.มีอำนาจในการควบคุม กํากับ ดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย &amp;nbsp;ให้ถือเป็นหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการที่จะต้องดําเนินการสอดส่อง สืบสวน หรือไต่สวน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อป้องกันและขจัดการกระทําหรือการงดเว้นการกระทําใดอันจะก่อให้เกิดความไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม ในการเลือกตั้งได้ &amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นเวลาในระหว่างประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม &amp;nbsp;หรือเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏไม่ว่าโดยทางใด &amp;nbsp; ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่ ถ้ามีหลักฐานพอสมควรหรือมีข้อมูลเพียงพอที่จะสืบสวนต่อไป &amp;nbsp; ว่ามีการกระทําใดอันเป็นการฝ่าฝืน &amp;nbsp;หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง &amp;nbsp; หรือจะมีผลให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม &amp;nbsp; หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กกต.มีหน้าที่ต้องดําเนินการให้มีการสืบสวน หรือไต่สวน &amp;nbsp; เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานโดยพลัน หากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อว่า &amp;nbsp; มีผู้กระทําการตามที่มีการสืบสวนหรือไต่สวน ให้คณะกรรมการสั่งให้ดําเนินคดีโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า &amp;nbsp;หากการสืบสวนไม่ปรากฏข้อมูลหรือหลักฐานอันเชื่อได้ว่า &amp;nbsp;มีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง &amp;nbsp; เพราะถือได้ว่าเป็นการเต้าข่าวเพื่อสร้างความเสียหายต่อกลไกการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามโรดแม็บของ คสช.ด้วย &amp;nbsp; กกต.จะต้องเอาผิดทั้งสองคน &amp;nbsp;แต่หาก กกต. ไม่เรียกหรือดำเนินการตามข้อเรียกร้องนี้ กกต.ก็จะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ป.อ.มาตรา157 ประกอบมาตรา 69 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยังขอให้ กกต.ตรวจสอบ &amp;nbsp;กรณีที่มีขบวนรถแห่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมการจัดทำนโยบายพรรค &amp;nbsp; โดยมีชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในแผ่นป้ายดังกล่าวอยู่ด้วยที่จังหวัดพิษณุโลก เข้าข่ายการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 &amp;nbsp;และคำสั่งที่ 13/2561 หรือไม่ด้วย เพราะแม้จะมีคำสั่งคลายล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินการหาสมาชิกพรรคได้ แต่ไมได้อนุญาตให้มีการหาเสียง &amp;nbsp; ซึ่งการปิดป้ายและรถตระเวนตามข่าว &amp;nbsp; ตนเห็นว่าเป็นการหาเสียงทางการเมืองน่าจะขัดคำสั่ง คสช. ซึ่งกรณีดังกล่าวอยู่ในอำนาจที่ กกต.จะสามารถสืบสวนสอบสวนได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18105</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;กกต.&#039;, นายศรีสุวรรณ จรรยา, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต., พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f42f3c6a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เดอะแจ็ค&#039;อัดกลุ่มสามมิตรโม้เหมือนบริษัทขายGT200เตือน&#039;บิ๊กตู่&#039;ถูกลากไปเป็นเป้านิ่งในสนามเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ก.ย.61 นายวัชระ&amp;nbsp; เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีมีอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ภาคตะวันออกไปกินข้าวกับกลุ่มสามมิตรท่ามกลางกระแสถูกดูดย้ายไปร่วมพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; ว่า เป็นเรื่องธรรมดาของนักการเมืองที่พบปะสังสรรค์กัน ส่วนใครจะตกลงย้ายพรรคไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดก็ตามก็เป็นเรื่องธรรมชาติของการเมืองไทย&amp;nbsp; การที่พรรคต่างๆมาดูดอดีตส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ไปนั้นแสดงว่าบุคคลากรของพรรคมีคุณภาพจริง จึงเป็นที่หมายปองของกลุ่มต่างๆรวมถึงคสช.ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก็คนของพรรคปชป.มีคุณภาพมากใครๆก็อยากได้ เป็นธรรมดา เสมือนดอกไม้สีสวยสดงดงามก็ย่อมเป็นที่สนใจของมวลหมู่แมลงนานาชนิด ดอกไม้บางทีนั้นก็หลงเคลิบเคลิ้มว่าฝูงผึ้งจะมาผสมเกสรให้ แต่มองอีกทีกลับกลายเป็นแมลงวันหัวเขียวมาไข่ใส่หนอนเอาไว้ กว่าดอกไม้รู้ก็เหี่ยวเฉาเน่าไปแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวว่า อย่าไปมองว่าอดีตส.ส.ไปกินข้าวกับใครแล้วต้องถูกดูดทั้งหมด&amp;nbsp; ทุกคนมีทิศทางของตนเอง&amp;nbsp; ใครหลงเชื่อมนต์การเมืองก็ไป ใครจิตใจหนักแน่นไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างโครงการของรัฐก็ยังอยู่&amp;nbsp; ประชาธิปัตย์ไม่แน่จริงไม่อยู่นานมากว่า 70 ปีแล้ว ส่วนที่นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯกลุ่มสามมิตร โม้ว่า ภาคอีสานได้ไม่ต่ำกว่า 50 คน ได้ไม่ต่ำกว่าเขตละ 30,000 เสียง ภาคเหนือเกิน 7 ล้านเสียงแล้วบอกว่าเรามีทุกอย่าง นโยบาย บารมีและกระแสได้หมด ทั้งกระสุน เสบียงกรัง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนโม้มากเท่านี้มาก่อนในชีวิต&amp;nbsp; ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับบริษัทโฆษณาขายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดGT200ไม่มีผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กลุ่มสามมิตร หัวขบวนสดใสไฉไลหรือไม่ เป็นที่ทราบกันดี ที่ผ่านมาเชี่ยวชาญเรื่องอะไร มีประวัติแบบไหนทุกคนก็รู้ แค่ให้ลงส.ส.เขต ก็สอบตกแล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่นายภิรมย์พูด โม้ชัดๆถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เชื่อก็น่าสงสาร เพราะนักการเมืองเก่าบางกลุ่มกำลังปั่นกระแสให้พล.อ.ประยุทธ์เคลิ้บเคลิ้มว่าได้สืบทอดอำนาจตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยหน้านอนมาแน่&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่แท้ที่จริงจะมีพระนำหน้ามาด้วย ท่านจึงควรหนักแน่นอย่าหลงเชื่อพวกยกยอปอปั้นให้สืบทอดอำนาจต่อไป เพราะแต่ละคนมีผลประโยชน์ทับซ้อนและต้องการลากพล.อ.ประยุทธ์ให้มาเป็นเป้านิ่งของนักการเมืองในสนามเลือกตั้ง ท่านควรพิจารณาเลือกแนวทางของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยบอกว่า&amp;quot;ผมพอแล้ว&amp;quot;จะดีกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลชุดหน้าถ้าพล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ก็จะเป็นรัฐบาลอายุสั้นกว่าปกติ ไม่มั่นคง ไร้เสถียรภาพ แค่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรก พล.อ.ประยุทธ์ก็จะถูกจับขึงผืดกลางสภา&amp;nbsp; ประจานความผิดพลาดทางการเมืองไปทั่วโลก&amp;nbsp; ท่านก็จะจับไมโครโฟนขว้างทิ้งแทบไม่ทัน&amp;nbsp; ท่านอดทนไม่ได้อย่างแน่นอนกับการตรวจสอบของจริงในสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; ส.ว.250 คนและ กลุ่มนักการเมืองเก่าเหล่านั้นก็ช่วยท่านไม่ได้ และบางคนก็อาจแอบสะใจที่เอาคืนท่านได้อย่างแนบเนียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18095</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสามมิตร, นายภิรมย์ พลวิเศษ, นายวัชระ เพชรทอง, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b02d6c34b46c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ยกภัยไซเบอร์เทียบหมาป่าดี กับหมาป่าตัวร้ายขี้โกงอยู่ที่จะเลือกให้อาหารตัวไหน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ขอเยาวชนใช้ดิจิตัลอย่างมีสติ รู้กฎหมาย ยกภัยไซเบอร์เทียบหมาป่าดี กับหมาป่าตัวร้ายขี้โกงอยู่ที่จะเลือกให้อาหารตัวไหน บอกตัวเองมีหมาป่าหลายตัว มีความจริงใจใครไม่เห็นก็ช่างเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19ก.ย.61- ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดงานสัมมนาและนิทรรศการนานาชาติ Digital Thailand Big Bang 2018 :Thailand Big Data โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในกิจกรรมชีวิตเป็นอย่างมาก ดังนั้นรัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุน โดยจัดให้มีแผนแม่บทในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนให้ทุกคนเข้าถึงการใช้งานระบบดิจิทัล และเพื่อเสริมการทำงานด้านต่างๆ ของคน เพราะต้องยอมรับว่าการใช้แรงงานคนอย่างเดียวคงไม่พอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ ระบุด้วยว่า อย่างไรก็ตามทั่วโลกยอมรับว่าสิ่งที่มาพร้อมกันคือภัยคุกคามทางไซเบอร์ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้นจึงต้องมีการควบคุมที่ชัดเจนขอให้เยาวชนใช้โลกดิจิทัลอย่างมีสติ พัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ใช้ดิจิทัลอย่างมีหลักเกณฑ์ รู้กฎหมาย และรู้ถึงโทษ และความผิดเป็นอย่างไร วันนี้แม้เรามีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เข้ามาดูแลเพื่อดำเนินการเอาผิด แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องศึกษากฎหมายด้วย จะทำไปแล้วอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ประเทศชาติก็เดินไปไม่ได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาจากการบังคับใช้กฎหมาย สามารถลงโทษคนทำผิดได้จำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันทุกคนพูดถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าอะไรก็ตามมีทั้งดีและไม่ดี มีดีมีเสีย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกแบบไหนเท่านั้นเอง ซึ่งผมมีโอกาสได้ดูรายการหนึ่ง เห็นว่ามนุษย์มีสองอย่างอยู่ในตัว คือหมาป่าตัวดี กับหมาป่าตัวร้ายขี้โกง ดังนั้นเราเลือกเองว่าจะเป็นหมาป่าตัวไหน อยู่ที่การให้อาหาร ถ้าเราไม่ซื่อสัตย์คดโกง ทำอะไรก็ตามหวังผลประโยชน์ ก็จะทำให้หมาป่าตัวที่ดุร้ายมีน้ำหนักมากกว่า ส่วนตัวผมอาจจะมีหมาป่าอยู่หลายตัว ทั้งดีและร้าย แต่ต้องรักษากฎระเบียบ และมีความจริงใจ ใครจะเห็นไม่เห็นก็ช่างเขา เรารู้ตัวเองดีอยู่แล้ว&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในปี 2561 ประเทศไทยถูกจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันดิจิทัลในอันดับที่ 39 จาก 63 ประเทศทั่วโลก สร้างความภูมิใจให้กับประเทศเป็นอย่างมาก แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ประเทศอื่นๆ พัฒนาไปด้วยกัน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เพราะวันนี้เพื่อนบ้านไม่ใช่คู่แข่ง แต่มีความเชื่อมโยงกัน ทั้งหมดคือโลกใบเดียวกัน วันนี้ดิจิทัลจะเป็นตัวช่วยในการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจน แต่คำถามคือจะทำอย่างไรให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17927</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายดิจิตัล, คุกคาม, ดิจิตัล, พ.ร.บ.คอมฯ, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา, ภัยไซเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9898b5ca373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039; ซัดแรง &#039;บิ๊กตู่&#039; หนาเกินกว่าจะหาคำบรรยาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.61 - &amp;nbsp;นายวัฒนา เมือสุข &amp;nbsp;แกนนำพรรคเพื่อไทย ทวิตข้อความ &amp;quot;ขนาดนี้ยังกล้าเถียง หนาเกินกว่าจะหาคำบรรยายจริงๆ&amp;quot; หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ชี้แจงกรณีเกี่ยวกับองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยรายงานประจำปี แจงรายชื่อ 38 ประเทศว่าเป็น ประเทศที่น่าละอาย โดยอ้างว่ามีการปฏิบัติไม่ดีต่อนักสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายหรือเจตนาจะคุกคาม ข่มขู่ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และยังให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองนักสิทธิมนุษยชนให้มีความปลอดภัยและสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติงานและดำรงชีวิตได้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17633</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา, ยูเอ็น, วัฒนา เมืองสุข, องค์การสหประชาชาติ, ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b113f1b34ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินหน้าลงพื้นที่ครม.สัญจร เปิดกำหนดการ&#039;บิ๊กตู่&#039;พบประชาชนเมืองเลย-เพชรบูรณ์ 17-18ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย.61-มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) และจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์) ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ย.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 17 ก.ย. เวลา 07.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะออกเดินทางจากท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานเลย จากนั้น เดินทางไปพบประชาชน ณ หอประชุมทองวิไล มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีเปิดถนน 4 เลน หมายเลข 201 ตอน&amp;nbsp; เลย - เชียงคาน เพื่อลดความแออัดและรองรับปริมาณการจราจรและการเดินทางของประชาชนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่ง พร้อมทั้งจะเป็นสักขีพยานในการมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน ให้แก่ประธานป่าชุมชน 5 จังหวัด (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมการจัดการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวทางประชารัฐของอำเภอเชียงคาน ณ ถนนคนเดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ช่วงบ่าย นายกฯจะเดินทางไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ เยี่ยมชมการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจและการประเมินมูลค่าไม้มีค่า เช่น ต้นสักทอง ต้นมะฮอกกานี ต้นประดู่ ต้นมะขาม ฯลฯ&amp;nbsp; ที่สวนป่าเกษตรห้วยแสนคำ จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมสินค้าเกษตรปลอดภัยภายใต้แบรนด์&amp;nbsp; &amp;ldquo;กรีนมาร์เก็ตเพชรบูรณ์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นแบรนด์และแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย มีการบริหารงานในรูปแบบคณะกรรมการ ประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ที่โรงแรมอิมพิเรียล ภูแก้ว ฮิลล์ รีสอร์ท พร้อมพบผู้แทนเครือข่ายชุมชนเขาค้อ เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวันที่ 18 ก.ย. เวลา 08.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดอาคารศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ และเยี่ยมชมการดำเนินงานของคลินิกหมอครอบครัว ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ก่อนเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 7/2561 ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกฯมีกำหนดการพบประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งเป็นสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 และมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนให้แก่ประธานป่าชุมชน 5 จังหวัด (ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์) รวมทั้งมอบหนังสือคู่มือการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลให้ราษฎร 434 ราย เพื่อแก้ปัญหาไร้ที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการตรวจราชการของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ให้ความสำคัญกับประเด็นการพัฒนาร่วมของทั้ง 2 กลุ่มจังหวัด ทั้งการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นฐานการท่องเที่ยวหลักของกลุ่มจังหวัด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงพื้นที่ภายในกลุ่มจังหวัด และพื้นที่ภาคเหนือเพื่อรองรับและเชื่อมโยงการค้าการท่องเที่ยว เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17552</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรีนมาร์เก็ตเพชรบูรณ์, กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1, ครม.สัญจร, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af8486fb9c3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
